Thai   English
  NanoQ
 
  • NanoQ คืออะไร ?
  • มีฉลาก NanoQ แล้วดีอย่างไร ?
  • การสมัครขอใช้ฉลาก NanoQ
  • ข้อกำหนดของฉลาก NanoQ
  •   ข่าวประชาสัมพันธ์
      ข่าวกิจกรรม
      นาโนทันโลก
    <<   <ธ.ค. 2560 >   >>
    อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
    12
    3456789
    10111213141516
    17181920212223
    24252627282930
    31


    ข้อบังคับสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
    ฉบับปี พ.ศ. 2553
    ------------

    หมวดที่ 1
    ความทั่วไป

    ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย” ใช้อักษรย่อว่า “สนทท.” มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Nanotechnology Association of Thailand ” ใช้อักษรย่อว่า “NAT”
    ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป Bucky ball ที่ถูกโอบล้อมด้วยธงชาติไทย โดยมีอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษข้อความว่า “สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย Nanotechnology Association of Thailand” อยู่ด้านล่าง โดยรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังนี้
          “ Bucky ball ” หมายถึง สัญลักษณ์ของนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ของเรามากขึ้น และเป็นที่มาของการจัดตั้งสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
          “ สีแดง สีน้ำเงิน ” หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ อันจะสื่อให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนในการช่วยผลักดันนาโนเทคโนโลยีในประเทศไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาชาติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงและมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ และการกินดีอยู่ดี ของประชาชนชาวไทย
          รูปเครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะ ดังนี้
    ข้อ 3 สำนักงานของสมาคม (ชั่วคราว) ตั้งอยู่ ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เลขที่ 73/1 อาคาร สวทช. ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. (02) 6448150-9 โทรสาร (02) 6448191
    ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคม
    4.1 เพื่อเป็นสมาคมทางวิชาการ ไม่เกี่ยวกับการค้าและการเมือง
    4.2 เพื่อพัฒนาการศึกษาทางนาโนเทคโนโลยีทุกสาขา รวมทั้งส่งเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อการศึกษาวิชานี้
    4.3 เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยทางนาโนเทคโนโลยีทุกสาขา
    4.4 เพื่อส่งเสริมให้บริการและเผยแพร่ความรู้ทางนาโนเทคโนโลยีแก่ประชาชนเพื่อยกระดับคุณภาพของชีวิต
    4.5 เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางนาโนเทคโนโลยีระหว่างสมาชิก และผู้ที่สนใจทางนาโนเทคโนโลยีทั้งภายในและภายนอกประเทศ
    ^ top



    หมวดที่ 2
    สมาชิก

    ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
    5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกสามัญที่ยื่นใบสมัครต่อนายทะเบียนของสมาคม โดยมีสมาชิกสามัญรับรอง 2 ท่าน และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม
    5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่และสนใจทางด้านนาโนเทคโนโลยี
    5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
    ข้อ 6 สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    6.1 กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
     
    - เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
    - เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
    - ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
    - ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้อง คำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
    6.2 กรณีที่เป็นนิติบุคคล
     
    - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    - มีฐานะมั่นคงพอสมควร
    - ให้นำคุณสมบัติตามข้อความใน 6.1 มาบังคับใช้กับผู้แทนนิติบุคคล ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของนิติบุคคลให้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินสามคน เพื่อปฎิบัติการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้เพียงเท่าที่สมาชิกบุคคลธรรมดาจะพึงมี ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำแทนหรือแต่งตั้งแทนช่วงมิได้ และบุคคลเดียวกันจะเป็นผู้แทนที่มีอำนาจกระทำการสมาชิกเกินหนึ่งรายมิได้
    ข้อ 7 ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
    7.1 สมาชิกสามัญ
      - ค่าลงทะเบียนครั้งแรก 100 บาท
      - ค่าบำรุงสมาคม
            กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ปีละ 200 บาท หรือ 3 ปี 500 บาท
            กรณีเป็นนิติบุคคล ปีละ 2,000 บาท หรือ 3 ปี 5,000 บาท
    7.2 สมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใด
    ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
    8.1 ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียนโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน
    8.2 หากคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก ส่วนสมาชิกภาพของสมาชิกวิสามัญ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ
    8.3 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม
    ข้อ 9 การสิ้นสุดสมาชิกภาพ เนื่องด้วยเหตุดังต่อไปนี้
    9.1 ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
    9.2 ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก
    9.3 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายทะเบียน และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
    9.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
    9.5 ขาดการชำระค่าบำรุงประจำปีในอัตราที่สมาคมกำหนด และคณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ
    ข้อ 10 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    10.1 มีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารของสมาคม และเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมในอัตราสมาชิก
    10.2 มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้อง โดยเสียค่าลงทะเบียนในอัตราสมาชิกของสมาคม
    10.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
    10.4 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
    10.5 สมาชิกสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์มีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ได้คนละ 1 คะแนนเสียง
    10.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม โดยทำหนังสือร้องขอยื่นต่อคณะกรรมการ
    10.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
    10.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการ และหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมอย่างเคร่งครัด
    10.9 มีหน้าที่ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม
    10.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม
    10.11 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
    ^ top



    หมวดที่ 3
    คณะกรรมการบริหารสมาคม

    ข้อ 11 คณะกรรมการบริหารสมาคม
    11.1 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ประกอบด้วยสมาชิกสามัญซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนอย่างน้อย 7 คน และอย่างมากไม่เกิน 20 คน ซึ่งประกอบด้วย
     
    - นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่ เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
    - อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
    - เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
    - เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
    - ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
    - นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
    - ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
    - กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
    11.2 การเลือกตั้งคณะกรรมการให้กระทำด้วยวิธีการลงคะแนนลับโดยให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อของสมาชิกสามัญซึ่งประสงค์จะให้เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกสามัญอื่นรับรองอย่างน้อย 5 คน แล้วในที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งผู้ที่ทำหน้าที่นายกสมาคม 1 คน อุปนายก 1 และกรรมการบริหารอีกอย่างน้อย 5 คน แต่ถ้ามีผู้ใดคะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะเป็นกรรมการคราวนั้นให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฎว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับฉลาก นอกจากนี้นายกสมาคมสามารถแต่งตั้งสมาชิกสามัญเข้ามาดำรงตำแหน่งอื่นๆ ของสมาคมเพิ่มเติมได้ตามจำนวนที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 11.1 ซึ่งทั้งนี้ให้ดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนครบวาระไม่น้อยกว่า 30 วัน
    11.3 เมื่อได้คณะกรรมการชุดใหม่แล้วให้ดำเนินการจดทะเบียนกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการว่าด้วยสมาคมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม เมื่อได้มีการจดทะเบียนกรรมการของสมาคมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ให้เลขานุการมีหนังสือแจ้งรายชื่อคณะกรรมการของสมาคมให้สมาชิกทราบ และปิดประกาศรายชื่อคณะกรรมการของสมาคม ณ ที่ทำการสมาคมด้วย
    ข้อ 12 คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 2 ปี นายกสมาคมอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 สมัย และเมื่อคณะกรรมการ อยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ หากตำแหน่งกรรมการสมาคมต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
    ข้อ 13 กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระเนื่องด้วยเหตุดังต่อไปนี้
    13.1 ตาย
    13.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ
    13.3 ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคม
    13.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
    ข้อ 14 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
    14.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับและมติของที่ประชุม
    14.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
    14.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรือกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้แต่กรรมการที่ปรึกษาหรือกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
    14.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
    14.5 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
    14.6 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
    14.7 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวนอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดที่ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
    14.8 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้อง และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
    14.9 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
    14.10 มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
    ข้อ 15 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม โดยจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ในการประชุม หากนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
    ^ top



    หมวดที่ 4
    การประชุมใหญ่

    ข้อ 16 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ
    16.1 ประชุมใหญ่สามัญ ซึ่งคณะกรรมการจะต้องจัดให้มีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
     
    - แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
    - แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
    - เลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการ เมื่อครบกำหนดวาระ
    - แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
    - เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
    16.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งให้จัดขึ้นเมื่อมีเหตุที่คณะกรรมการมีมติสมควร หรือมีสมาชิกอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดที่ทำหนังสือร้องขอต่อเลขานุการ
    ข้อ 17 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน ให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
    ข้อ 18 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหม่และให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
    ข้อ 19 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด       ในการประชุมใหญ่ของสมาคม หากนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
    ^ top



    หมวดที่ 5
    การเงินและทรัพย์สิน

    ข้อ 20 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารใดธนาคารหนึ่งตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
    ข้อ 21 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้ ซึ่งนายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม
    ข้อ 22 เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
    ข้อ 23 เหรัญญิก จะต้องทำหน้าที่ควบคุมการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทน ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
    ข้อ 24 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากเหรัญญิก และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ ซึ่งจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต โดยที่คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
    ^ top



    หมวดที่ 6
    การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

    ข้อ 25 ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
    ข้อ 26 การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย ซึ่งมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
    ข้อ 27 เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่
    ^ top



    หมวดที่ 7
    บทเฉพาะกาล

    ข้อ 28 ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
    ข้อ 29 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
    ข้อ 30 คณะกรรมการชุดแรก ให้คณะผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม
    ^ top
    Copyright ©2010 Nanotechnology Association of Thailand. All rights reserved.
    Nanotechnoligy Association of Thailand, THAILAND